Translate

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

พระมหากรุณาธารณีสูตร (ตอนที่ ๑๐)

ปางที่ ๓๑
ตีลีนี

ปางที่ ๓๑

ภาคนิรมาณกาย.....พระโพธิสัตว์ประทับบนพญาราชสีห์ เพื่อลงมาทดสอบการศึกษาพระธรรมของเหล่ามนุษย์

คำแปล.....ตี แปลว่า โลก....ลี แปลว่า สัตว์ทั้งหลายสามารถรับการโปรดจากพระโพธิสัตว์ได้....นี แปลว่าพรหมจาริณีที่ประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่

อรรถ......อธิบายว่า ถ้าผู้บำเพ็ญเพียร มีจิตมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติแล้ว  พระพุทธเจ้า, เหล่าทวยเทพทั้งหลายและพญานาคราชจะคุ้มครองท่าน....พระโพธิสัตว์จะนิรมิตกายเป็น ๔๐ กร เพื่อปราบพวกหมู่มารที่มาขัดขวางการสร้างกุศล เพื่อให้ทุกท่านได้ก้าวข้ามห้วงโอฆะ โดยเฉพาะผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมที่เป็นสตรีเพศ ควรเร่งรีบบำเพ็ญเพียร เพื่อมิให้เสียความตั้งใจอันดีของพระโพธิสัตว์ ในการที่จะโปรดให้บรรลุธรรม จนถึงเข้าสู่แดนสุขาวดี

.....................................................................................................................................................

ปางที่ ๓๒
สึดฮูลาเย


ปางที่ ๓๒

ภาคนิรมาณกาย.....พระคำรามโพธิสัตว์ พระหัตถ์ถือคทาทองเป็นศาสตราวุธ

คำแปล.....สึดฮูลาเย   แปลว่า  เมื่อปฏิบัติธรรม จนกระทั่งเข้าถึงความสมบูรณ์แห่งสภาวะเดิมแล้ว จะมีความสว่างปรากฏในกายของตน

อรรถ....อธิบายว่า พระโพธิสัตว์ได้ประกาศความยอดเยี่ยมของพระธรรม หวังว่าจะให้ทุกท่านได้เข้าถึงองค์มรรค ผู้ที่สามารถปล่อยวางสภาวะทางโลกได้ ไม่ก่อเรื่องเดือดร้อนยุ่งยาก อันเต็มไปด้วยอกุศล จิตใจย่อมมีความสงบ สะอาด สามารถสำเร็จเป็นพุทธอันพิสุทธิ์ผ่องใสเปล่งปลั่งด้วยรัศมี  นอกจากนั้นยังสามารถปรากฏกายไปแสดงธรรมได้ทุกหนทุกแห่ง  เพื่อทำการโปรดสัตว์สืบต่อไปได้ด้วย

..............................................................................................................................................
ปางที่ ๓๓
เจลาเจลา

ปางที่ ๓๓

ภาคนิรมาณกาย.....พระหักหาญโพธิสัตว์มือถือสุวรรณจักร  เพื่อโปรดหมู่มารให้มานอบน้อมต่อพระพุทธศาสนา

คำแปล.....เจลาเจลา แปลว่า ความโกรธ,ดุ  สุรเสียงที่เปล่งออกมาดุจเสียงคำรามของฟ้ากระหึ่มไปทั่วสารทิศ

อรรถ.....อธิบายว่า พระโพธิสัตว์เล็งเห็นว่า  สรรพสัตว์ถูกจูงไปตามหมู่มาร จึงไม่สามารถที่จะหลุดพ้นได้ พระโพธิสัตว์จึงได่แสดงความเกรี้ยวกราด  เพื่อโปรดสัตว์เหล่านั้นให้หลุดพ้น และเป็นการเตือนผู้ปฏิบัติ ให้ประพฤติปฏิบัติด้วยความมีสัจจะ....มารในที่นี้ หมายถึง ความโกรธ ความโลภ ความหลง ขิงตนเอง....ดังนั้นจึงควรฟังพระสัทธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อละความเห็นผิด พระธรรมเปรียบเสมือนเสียงฟ้าคำราม ดังไปทั่วสารทิศ เป็นเสียงแห่งพรหม  เมื่อเหล่ามารได้ยินศัพท์สำเนียงนี้ก็จะเกิดความสะดุ้งกลัวต่ออกุศล

..............................................................................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

ประวัติวันตรุษจีน


   
สวัสดีค่ะ  ท่านผู้อ่านทุกท่าน....อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเทศกาลตรุษจีน (วันปีใหม่ของจีน) แล้วนะคะ  ท่านที่มีเชื้อสายจีนก็คงจะตื่นเต้นดีใจกันมาก เพราะถือว่าเป็นวันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งในการเริ่มต้นปีใหม่ จะต้องมีการประกอบกิจกรรมตามประเพณีจีนหลายวัน ส่วนท่านที่เป็นคนไทยก็ตื่นเต้นกับเขาเหมือนกันทุกงานนั่นแหละ เพราะว่าคนไทยชอบความรื่นเริงสนุกสนาน ชอบสังสรรค์เป็นการสร้างมิตรไมตรีให้กระชับมากขึ้น.....วันนี้ก็จะขอนำเรื่องประวัติเกี่ยวกับวันตรุษจีนมาเผยแพร่ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ทราบประวัติของวันตรุษจีนกันบ้าง

วันตรุษจีนหรือวันปีใหม่จีน  ปี พ.ศ.๒๕๕๕ นี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๒ มกราคม  เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง หรือเรียกกันว่า "วันขอเงินจากพระจันทร์"  อาจจะมีหลายท่านที่ได้ขอเงินจากพระจันทร์เป็นเวลาต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว และปี ๒๕๕๕ วันตรุษจีนมีพระจันทร์เต็มดวงนับว่าดีมาก เพราะเป็นวันแรกของปี เริ่มด้วยพระจันทร์เต็มดวง....เทศกาลตรุษจีนได้มีการปฏิบัติ สืบกันมาเป็นเวลานานจนกลายเป็นประเพณีสำคัญประเพณีหนึ่งของชาวจีน มีการเตรียมงานฉลองเป็นเวลานานเป็นเดือน คงจะคล้าย ๆ กับงานเทศกาลคริสต์มาส จะต้องเตรียมซื้อของขวัญ เสื้อผ้า เครื่องแต่งตัว อาหารคาวหวาน ตกแต่งบ้าน จะต้องทำความสะอาดบ้านกันเป็นพิเศษ รวมทั้งบริเวณบ้านรอบนอก  ชาวจีนมีความเชื่อว่าการทำความสะอาดบ้านก่อนวันตรุษจีน หมายถึงการปัดกวาดเอาสิ่งอัปมงคลออกจากบ้านให้หมดสิ้น เพื่อต้อนรับสิ่งที่เป็นมงคลเข้ามาในบ้าน แล้วก็จะมีการตกแต่งบ้านด้วยคำอวยพรต่าง ๆ ซึ่งนิยมเขียนลงบนกระดาษสีแดง เป็นสีแห่งโชคลาภและเป็นสีที่พวกผีปีศาจเกรงกลัวไม่กล้าเข้าใกล้  ด้วยเหตุนี้ชาวจีนจึงนิยมใส่เสื้อผ้าสีแดงในวันตรุษจีน ห้ามใส่เสื้อผ้าสีขาวหรือสีดำ เพราะว่าเป็นสีสำหรับไว้ทุกข์  นอกจากนั้นในวันตรุษจีนจะต้องรักษาอารมณ์ของตนให้ดี ไม่ให้มีอารมณ์โกรธ เกลียด อิจฉาริษยา ไม่พอใจอะไรต่าง ๆ หมายความว่าในวันตรุษจีนจะต้องทำจิตใจให้เบิกบานแช่มชื่นเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

ประเพณีตรุษจีนนี้จะมีกิจกรรมแบ่งเป็น ๓ วัน คือ วันจ่าย วันไหว้และวันเที่ยว (วันขึ้นปีใหม่) แต่ละวันก็มีความสำคัญต่างกัน.....วันก่อนตรุษจีนก็จะมีการรับประทานอาหารมื้อเย็นประเภทอาหารทะเล และอาหารประเภทนึ่ง เช่น ขนมจีบ  ซาลาเปา ขนมต้ม เป็นต้น  อาหารทุกชนิดจะมีความหมายทั้งนั้น เช่น อาหารประเภทกุ้ง หมายถึงความเจริญรุ่งเรือง และความสุขของชีวิต เมื่อรับประรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็จะมานั่งรวมกันในห้องรับแขก ดูทีวีร่วมกันซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีนเท่านั้น หรือไม่ก็นั่งเล่นไพ่กันจนกระทั่งถึงวันขึ้นปีใหม่

๑.วันจ่ายหรือวันตื่อเล็ก คือวันก่อนวันสิ้นปี ชาวจีนหรือชาวไทยเชื้อสายจีน ก็จะต้องไปซื้อของต่าง ๆ มีการเตรียมอาหาร ผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ไปสำหรับวันไหว้ไหว้

๒.วันไหว้ ในวันสิ้นปีจะมีการไหว้ ซึ่งแบ่งเป็น ๓ อย่าง คือ
ตอนเช้ามืดจะมีการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ  เครื่องไหว้ก็มี เนื้อสัตว์ ๓ ชนิด (ซาแซ ) ได้แก่ เนื้อหมูสามชั้นต้ม เนื้อไก่และเนื้อเป็ด  นอกจากนั้นก็มีเหล้า น้ำชาและกระดาษเงินกระดาษทอง.....เทพเจ้าที่นิยมไหว้กันมากก็คือ "เทพเจ้า ไฉ่ซิงเอี้ย" เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ.....
ตอนสายจะมีการไหว้ "บรรพบุรุษ" พ่อแม่ญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ อาหารไหว้ส่วนมากจะเป็นของโปรดของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วชอบ มีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง จากนั้นก็มีการรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว....
ตอนบ่ายเป็นการไหว้ "ไป๊ฮ้อเฮียตี๋" คือเป็นการไหว้ผีพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้ว และผีที่ไร้ญาติ มีขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล แล้วมีการจุดประทัดเพื่อเป็นการขับไล่ผีร้าย  และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว.....ตอนค่ำจะมีการไหว้ "เจ้าที่หรือตี่จู๋เอี๊ย" แล้วอัญเชิญให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน

๓.วันเที่ยว วันขึ้นปีใหม่หรือตรุษจีน เป็นวันเที่ยวหรือ"วันถือ" ชาวจีนถือเอาวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่งของปีเป็นวันไหว้  ที่ว่าเป็น "วันถือ" หมายถึงเป็นวันที่ถือว่าเป็นสิริมงคง งดการกระทำอกุศลทั้งปวงประเพณีโบราณสืบกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ คือ "ไป่เจีย" เป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยจะมีการนำส้มทองไปมอบให้ ความหมายของการให้ส้มทองก็คือเหมือนกับการนำโชคไปให้ จะต้องนำไปมอบให้จำนวน ๔ ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชายเพื่อเป็นสิริมงคล......คำอวยพรที่นิยมใช้กันก็คือ "ซินเจียยู่อี่ ซินเนี่ยฮวดไช้ ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ" ในวันนี้จะไม่มีการปัดกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนทั้งสิ้น จะมีการแต่งกายสวยงาม และไปเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ที่ตนชอบ

ของไหว้เทศกาลตรุษจีนและความหมาย....เม็ดบัว หมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย...เกาลัด  หมายถึง เงิน....ถั่วตัด หมายถึง แท่งเงิน...สาหร่ายดำ หมายถึง ความร่ำรวย...เต้าหู้หมักจากถั่วแห้ง หมายถึงเต็มไปด้วยความสุขความร่ำรวย...หน่อไม้ หมายถึง คำอวยพรทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข...ขนมเข่ง หมายถึง ความหวานชื่นราบรื่นในชีวิต...ขนมเทียน หมายถึง ความราบรื่น หวานชื่น...ขนมไข่ หมายถึง ความเจริญเติบโต...ขนมสาลี่ หมายถึง ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู...ขนมจันอับ หมายถึง เพิ่มพูนความสุขตลอดไป...ซาลาเปาหรือหมั่นโถว คือไหว้เพื่อให้เปาไช้ แปลว่า ห่อโชคลาภ

ในวาระโอกาส วันตรุษจีน ปี ๒๕๕๕ นี้ ขออวยพรให้ทุกท่าน มีความสุขความเจริญตลอดปีเทอญ