Translate

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

พระคาถามหากรุณาธารณีสูตร (ตอนที่ ๒๔)

ปางที่ ๗๓
ซอผ่อฮอ




ภาคนิรมาณกาย....พระตาลีบุตรโพธิสัตว์ (ถือถาดใส่ผลไม้สดเพื่อโปรดและให้ทานแก่สรรพสัตว์)

คำแปล....ประโยคนี้ต่อเนื่องกับพระคาถาบทก่อน  หมายถึงการปฏิบัติให้ถือสัมมาจิต และความมีสัจจะเป็นต้น

อรรถว่า....คนเราที่จำต้องรับความทุกข์ยาาก  ความหวั่นกลัวนั้น  มีรากฐานมาจากความคิดอันไม่สะอาดบริสุทธ์  จึงได้เกิดความไม่สงบ  เพราะเหตุว่าพื้นฐานการปฏิบัติธรรมสำเร็จได้ด้วยการเจริญสติ  แต่ชาวโลกเข้าไม่ถึงสภาวะธรรมตามความเป็นจริง  จึงนำพาชีวิตไปสู่ทางที่ผิด ๆ  เป็นที่น่าเวทนา

........................................................................................................................................

ปางที่  ๗๔
มอพอลีเซ็ง  กิตลาเย





ภาคนิรมาณกาย....พระสมาธิฌานโพธิสัตว์  (นั่งขัดสมาธิ
ถือโคมไฟรัตนะส่องแสงไปทั่วโลกธาตุ)

คำแปล...."มอพอลีเซ็ง"  แปลว่า  ผู้กล้า....กิตลาเย  แปลว่า   สภาวะเดิม
             
                "มอพอลีเซ็ง  กิดลาเย"  แปลว่า  คุณธรรมจะสำเร็จได้ด้วยอาศัยสภาวะแห่งเมตตาธรรม  หากจิตตั้งอยู่ในอกุศล  ย่อมเป็นการยากที่จะสำเร็จพระอนุตตรธรรม

อรรถว่า....พญามารเป็นผู้กล่าวถึงพระมหากรุณาของพระโพธิสัตว์  ปรากฏเป็นพันกรพันเนตร  พระเมตตาแผ่ไปทั่วโลกธาตุ  สรรพสัตว์ทั้งหลายจำต้องอาศัยพระธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งในการดำรงตนมิให้หวั่นไหวในจิต  กายก็ไม่สะเทือนเมื่อประสบกับภาวะทั้งทางดีและร้าย

..........................................................................................................................................


ปางที่  ๗๕
ซอผ่อฮอ





ภาคนิรมาณกาย....พระมหากัสสปะเถระ  หัตถ์ซ้ายถือประคำ  หัตถ์ขวาถือไม้เท้า จาริกไปแนะนำสรรพสัตว์ให้ปฏิบัติธรรม

คำแปล...."ซอผ่อฮอ"  แปลว่า  เป็นการรวมเอาพระคาถาทั้งหมดแห่งมหากรุณาธารณีสูตรทั้งหมดมาไว้ในประโยคนี้

อรรถว่า....ความเมตตากรุณาของพระโพธิสัตว์  เพื่อโปรดเหล่าสรรพสัตว์ทั้งปวงให้ได้รับประโยชน์สุขโดยทั่วหน้า  อันมีพระสัมมาสัมโพธิเป็นหลักชัย

..........................................................................................................................................

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

พระคาถามหากรุณาธารณีสูตร (ตอนที่ ๒๓)


ปางที่ ๗๐
ปอทอมอกิต  สิดถ่อเย



ปางที่ ๗๐

ภาคนิรมาณกาย....พระสัทคนธ์เทพโพธิสัตว์ (ยกกระถางธูปมโนรถ  เพื่อคุ้มครองสัตว์โลก)

คำแปล...."ปอทอ"   แปลว่า  ดอกบัวแดง....."มอกิด"   แปลว่า  ชน...."สิดถ่อเย"    แปลว่า  มีผลสำเร็จทั้งสิ้น...."ปอทอมอกิด"  แปลว่า  พุทธธรรมเป็นธรรมที่ไม่มีขอบเขต  จะต้องปฏิบัติเพื่อรับความสุขร่วมกัน
"สิดถ่อเย"  แปลว่า  เป็นการย้ำเตือนให้ผู้ปฏิบัติจะต้องประกอบด้วยสติปัญญาเพื่อการหลุดพ้น ละจากกิเลส

อรรถว่า....พระโพธิสัตว์นั่งอยู่บนรัตนปทุมอาสน์  ส่องแสงสว่างและมีทำนายไว้ว่า แสงนี้จะเกิดประโยชน์มหาศาลหาสิ่งใดเทียบมิได้

...................................................................................................................................

ปางที่ ๗๑
ซอผ่อฮอ



ปางที่ ๗๑


ภาคนิรมาณกาย....เทพเจ้าโปรยดอกปทุมจำนวน ๑,๐๐๐ กลีบ  (เพื่อผลแห่งความบรรลุสิ่งปรารถนาที่จะให้สัตว์โลกประสพแต่ความสุข)

คำแปล....ประโยคนี้แมื่อนำไปต่อกันกับประโยคก่อน  จะมีความหมายว่า  ผู้ปฏิบัติไม่ยึดในทางใดทางหนึ่ง  ปฏิบัติโดยการพิจารณาพร้อมทั้งมีหิริโอตตัปปะ

อรรถว่า....มรรคผลนั้นสำเร็จได้ด้วยตนเอง  สำเร็จได้ด้วยการพิจารณา ในทุกขณะจะต้องพิจารณาจิตของตน  รักษาไว้ในทุกเหตุปัจจัยไม่ให้วิตกจิตเกิดขึ้นได้  เมื่อปฏิบัติได้ดังนี้  ความสำเร็จย่อมบังเกิดตามปรารถนา


...................................................................................................................................

ปางที่ ๗๒
นอลากินซี พันเคลาเย



ปางที่ ๗๒

ภาคนิรมาณกาย....พระปูรณเถระ (นั่งอุ้มบาตรช่วยเหล่าสัตว์ให้พ้นจากอันตราย)

คำแปล...."นอลากินซี"  แปลว่า  รักาษาไว้ด้วยความเป็นภัทร....."พันเคลาเย"   แปลว่า  เถระเพ่งโดยอิสระ....."นอลากินซี พันเคลาเย"...แปลว่า  เป็นที่รักของผู้เจริญ เป็นที่รักษาของพระอริยะ  พระโพธิสัตว์จะยื่นพระหัตถ์มากำจัดความหวั่นกลัวทั้งปวง ยังผลให้เกิดความสงบสุข

อรรถว่า....ด้วยความเมตตากรุณาของพระโพธิสัตว์ จึงปรากฏเป็นพระธรรมกายทั่วทั้งสามโลก เพื่อโปรดสัตว์ทั้งปวง ให้เร่งรีบปฏิบัติธรรม เพื่อความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง ด้วยเหตุที่สามัญชนมักตกอยู่ในความหวั่นกลัว ถือสิ่งหลอกลวงว่าเป็นของเที่ยงแท้  พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนให้ละลักษณาการต่าง ๆ อันเป็นความปลอมแปลง  เมื่อตัวเราไม่มีกายใจก็จะสบาย ไม่สร้างอุปสรรคในการ
ที่เดินทางเข้าสู่มหามรรคอันบริสุทธิ์

.................................................................................................................................