Translate

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

พระคาถามหากรุณาธารณีสู (ตอนที่ ๒๖)


ปางที่ ๗๙
ซอพันลาเย


ปางที่ ๗๙

ภาคนิรมาณกาย.....ดอกบัวพันกลีบ  (เพื่อเป็นอุบายให้สัตว์โลกละประสาทรูปและรูปอันเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยแห่งความหลงผิด  ให้พิจารณาสภาพธรรมที่ปรากฏขณะนี้เดี๋ยวนี้)

คำแปล....."ซอพันลาเย"   แปลว่า  ผู้ปฏิบัติเพื่อขัดเกลาจิตใจให้คลายจากกิเลสจนหมดทุกข์ได้นั้น  จะต้องละความเห็นผิดก่อน ละประสาททางตา สติระลึกรู้สภาพธรรมที่ปรากฏทางตาขณะนี้ตามความเป็นจริง

อรรถว่า.....การปฏิบัติธรรม คือ  สติระลึกรู้สภาพธรรมที่ปรากฏทางตาขณะนี้ตามความเป็นจริง
ปัญญารู้ตามความเป็นจริงว่า สิ่งที่ปรากฏขณะนี้ทางตาไม่ใช่ตัวตน สัตว์ บุคคล เรา เขา เป็นเพียงสภาพธรรมที่เกิดเพราะมีเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว

........................................................................................................................................

ปางที่  ๘๐
ซอผ่อฮอ



ปางที่ ๘๐

ภาคนิรมาณกาย....พระโพธิสัตว์ได้วิพากษ์ถึงพิษภัยแห่งเสียงที่มากระทบหู   ทอดแขนลงเบื้องล่าง  (แสดงให้เหล่าสัตว์ละประสาทสัมผัสทางหู  และเสียงอันไม่พึงปรารถนา)  ให้รับฟังแต่เสียงทิพย์แห่งความสูญของสภาวะแห่งตน)

คำแปล....."ซอผ่อฮอ"    แปลว่า   เป็นพระคาถาต่อเนื่องจากประโยคก่อน  หมายถึงว่า แม้จะละประสาทสัมผัสทางตาแล้ว หูก็เป็นอุปสรรคอีกอย่างหนึ่ง  จำเป็นต้องละด้วยสติระลึกรู้สภาพธรรมที่ปรากฏทางหูขณะนี้ตามความเป็นจริง

อรรถว่า.....หากประสาทสัมผัสทางหูไม่บริสุทธิ์ ก็ยากที่จะได้รับกระแสแห่งธรรมและบรรลุถึงองค์มรรค
สติระลึกสภาพธรรมที่ปรากฏทางหูอยู่เนื่อง ๆ  จิตมีสมาธิตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวกับอารมณ์ต่าง ๆ ที่มากระทบ  การปฏิบัติเพื่อขัดเกลาจิตให้สะอาด คือ สติระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏทางหูขณะนี้  ปัญญารู้ตามความเป็นจริงของธาตุ ๔ ขันธ์ ๕  ที่กำลังปรากฏ ว่าเป็นเพียงสภาพธรรมเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปเป็นธรรมดา

.........................................................................................................................................


ปางที่  ๘๑
งั้น สิดตินตู



ปางที่ ๘๑

ภาคนิรมาณกาย.....พระโพธิสัตว์  ชูนิ้วมือขึ้นทั้งหมด  (เพื่อให้สรรพสัตว์เห็นความปลอมแปลงในการดมกลิ่นของประสาทสัมผัสทางจมูก)

คำแปล....."งัน "    แปลว่า  การนำให้เกิด  เป็นปฐมบทแห่งธารณี

                "สิดตินตู"   แปลว่า   ความสำเร็จของธาตุแห่งตน เป็นศูนย์รวมแห่งการปฏิบัติธรรม

อรรถว่า.....ธารณีประโยคนี้ เมื่อรวมกับ ๒ ประโยคก่อน  หมายถึง  การปฏิบัติธรรมนั้น  จะต้องมีจิตที่สงบจากอกุศล  จึงจะเป็นความสงบที่ตั้งหมั่น  มีลมหายใจสม่ำเสมอ  สติระลึกรู้ความหยาบและความละเอียดมากน้อยของลมหายใจ  จนกระทั่งเมื่อสติมีกำลังมากสามารถระลึกรู้ได้ว่า  ลมหายใจละเอียดมากเหมือนกับว่า ไม่มีลมหายใจอยู่

........................................................................................................................................ 

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

พระคาถามหากรุณาธารณีสูตร (ตอนที่ ๒๕)


ปางที่ ๗๖
นำมอห่อลาตันนอ  ตอลาเหย่เย



ปางที่ ๗๖

ภาคนิรมาณกาย.....พระอากาศครรภ์โพธิสัตว์ (พระหัตถ์ซ้ายถือดอกไม้  ประทับบนอาสน์ศิลา)  เป็นอุบายให้สัตว์โลกหนักแน่นมั่นคงในศรัทธาและมีความวิริยะกล้าหาญในธรรม

คำแปล.....ความประสงค์หลักที่พระโพธิสัตว์ได้ย้ำในมนตรานี้  ก็เพื่อให้แจ้งว่า การปฏิบัติธรรมมีทางที่ไปได้โดยเร็ว  ฉะนั้นอย่าปล่อยให้เสียโอกาส  หมั่นตั้งใจปฏิบัติให้สำเร็จ

อรรถว่า.....พระโพธิสัตว์มุ่นเน้นย้ำถึงผู้ที่ท่องบ่นสาธยายมนตรานี้  ต้องพยายามควบคุมกายใจไม่ให้ลื่นไหลไปตามอารมณ์ที่มากระทบ  โน้มนำเอาฌานสมาธิเพ่งการเกิดการดับของสภาพธรรมตามความเป็นจริง  พิจารณระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยและถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ไม่ยึดถือในรูปแบบภายนอกผิด ซึ่งเป็นการปฏิบัติผิด ๆ

...............................................................................................................................................

ปางที่  ๗๗
นำมาออหลี่เย




ปางที่ ๗๗

ภาคนิรมาณกาย.....พระสมันตภัทรโพธิสัตว์  นั่งขัดสมาธิบนพญาช้างแก้ว

คำแปล....."นำมาออกหลี่เย"  แปลว่า  เป็นการสาธยายมนต์สรรเสริญพระอริยะ

อรรถว่า.....นัยแห่งพระธารณีนี้  เป็นการย้ำเตือนให้เร่งรีบสวดท่องธารณี  มีความตื่นตัวในการปฏิบัติธรรมโดยเร็ว  แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดแล้วเริ่มต้นใหม่ในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม  ขณะเดียวกันก็เสาะแสวงหาพระธรรมด้วยความขะมักเขม้น  หมั่นระลึกถึงสภาพธรรมที่ปรากฏทางทวารทั้ง ๖  ตามความเป็นจริงอยู่เนื่อง ๆ  ไม่ว่าจะอยู่ในอากัปกิริยาใด  ที่สุดก็สามารถบรรลุถึงความไม่มีตัวตนได้

................................................................................................................................................


ปางที่ ๗๘
ผ่อลูกิตตี



ปางที่ ๗๘

ภาคนิรมาณกาย.....พระมัญชุศรีโพธิสัตว์  ประทับอยู่บนกาญจนสิงหาสน์  พระหัตถ์ชี้ขึ้นท้องฟ้า  (เพื่อโน้มนำสรรพสัตว์เข้าถึงธรรม)

คำแปล....."ผู่ลูกิตตี"  แปลว่า   พระสัทธรรมไม่มีความสิ้นสุด  บรรดาผู้ปฏิบัติธรรมย่อมมีความบริสุทธิ์เป็นเครื่องนำทางสู่แดนสุขาวดี

อรรถว่า.....พระโพธิสัตว์ย้ำถึงความลึกซึ้งของมหามนตร์  มีการเกิดย่อมต้องมีการตาย  มีความชนะก็ย่อมต้องมีความพ่ายแพ้  แต่ชาวโลกผู้ตกอยู่ภายใต้อวิชชาครอบงำ  กลับยินดีต่อการเกิด  เกลียดชังความตาย  ท้ายที่สุดก็ต้องตายเช่นกัน  เพราะฉะนั้น  หากต้องการที่จะรอดพ้นจากความตาย  ต้องค้นหาความเป็นในความตายให้ได้เสียก่อน

.............................................................................................................................................